แผนบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ จะเริ่มเป็นรูปธรรมได้ในปีงบประมาณ 2561 เนื่องจากแผนงานปีงบประมาณ 2560 ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2560 กระทรวงอุตฯเตรียมงบประมาณไว้
825 ล้านบาท โดยจะผลักดัน ส่งเสริม และช่วยเหลือ SMEs เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 และ SMEs 4.0 ทั้งรายใหม่และรายเก่า

โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง สำหรับ SMEs รายใหม่ (Prestartup/Startup) ช่วงที่ 1 เป็นกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจ เน้นการฝึกอบรม ให้ความรู้พื้นฐาน แนวคิด ศึกษาความเป็นไปได้ การวิเคราะห์ การตัดสินใจ รวมถึงระบบบัญชี ขณะเดียวกัน จะใช้ระบบพี่เลี้ยงสนับสนุนให้สามารถจัดตั้งธุรกิจและดำเนินการได้ผ่านโครงการ NEW Entrepreneur Creation (NEC), ต้นกล้าธุรกิจ, NEW OTOP จากนั้นจะนำเครื่องมือเข้าไปช่วย เช่น SME Incubation, NEC Networking, Startup Techno Valley เป็นต้น ในส่วนนี้มีงบประมาณ 103.0547 ล้านบาท
ตั้งเป้าสร้าง SMEs 4,813 ราย

“เมื่อรายใหม่เขียนแผนธุรกิจได้ จะส่งเครื่องมือด้านการเงิน อย่างธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) เข้าไปช่วยเหลือ ปี 2559 มียอดขอสินเชื่อกว่า 4,000 ล้านบาท อนุมัติไป 2,000 ล้านบาท ปัจจุบัน Startup มีไอเดียแล้วมาสู่ภาคการผลิตระหว่างนี้มีการปรับเปลี่ยน (Transform) จะใช้เครื่องมือของศูนย์ส่งเสริมงานวิจัยสู่อุตสาหกรรมในอนาคต (Industry Transformation Center : ITC) เข้าไปช่วย”

สำหรับผู้ประกอบการรายเดิม (Regular/Strong/Turn Around) ช่วงที่ 2 เป็นกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วพร้อมที่จะสร้างเครือข่ายใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพ

การผลิต พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน โดยเน้นบ่มเพาะธุรกิจ ต้องการที่ปรึกษาทางธุรกิจ/ทางเทคนิค จะพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการตลาดโดยใช้กลยุทธ์ธุรกิจปรับปรุงคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการการวางกลยุทธ์ธุรกิจปรับปรุงคุณภาพขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งเมนู OTOP, OTOP for Tourism เป็นต้น ด้วยงบประมาณ 719.9825 ล้านบาท ตั้งเป้า 2,494 กิจการ/9,555 ราย/66 กลุ่ม

“กลุ่มนี้จะปรับเปลี่ยนจากผู้ผลิตธรรมดามาใช้ดิจิทัลในการผลิต หรืออาจเปลี่ยนมาเป็นผู้ประกอบการดิจิทัล”

สำหรับผู้ประกอบการรายเดิมที่สามารถส่งออกตลาดต่างประเทศ/ขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศคือช่วงที่ 3 โดยการเพิ่มศักยภาพเพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดสากล ผ่านโครงการ Market Testing/สร้างเครือข่ายความร่วมมือ, OTOP-NEXT, Business Matching เป็นต้น ด้วยงบประมาณ 1.1 ล้านบาท ตั้งเป้า 30 ราย

“SMEs กลุ่มนี้ยังมีสัดส่วนน้อยมากประมาณ 1,000-2,000 ราย จาก SMEs ทั้งหมด 2.8 ล้านราย ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ประกอบการและตัวสินค้า คนที่พร้อมทางกระทรวงจะช่วยจับคู่เจรจาธุรกิจให้ หรือจะใช้เครื่องมือ e-Marketing Online หรือ e-Matching ที่ทำให้กับญี่ปุ่นอยู่ตอนนี้จะนำมาช่วย ปีนี้ต้องร่วมกับกระทรวงพาณิชย์มากขึ้น เพราะเก่งเรื่องการตลาด รู้ว่าประเทศใดต้องการสินค้าแบบไหน จะช่วยกันติดต่อพาลูกค้ามาดูงานหรือพาไปออกบูทในต่างประเทศ เช่น ศาลาไทย ในงาน International Expo หรืองาน Thai Corner เป็นต้น”

updated: 08 ม.ค. 2560 เวลา 19:04:02 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์